คุณสุวิทย์ ไตรโชค เกษตรกรเมล่อนเงินล้าน
- Jul 31, 2017
- 1 min read
สวัสดีค่ะ คุณเมย์ขอแนะนำคุณสุวิทย์ ไตรโชค เมล่อนเงินล้าน เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าอาชีพเกษตรกรประสบความสำเร็จและร่ำรวยได้ เราไปดูกันดีกว่าว่าคุณสุวิทย์ทำอย่างไรบ้างจนมาถึงปัจจุบัน
สุวิทย์ ไตรโชค : ความสำเร็จปลูกเมล่อนคุณภาพรายได้ 3 ล้าน! จากการพัฒนาความรู้
“ตอนเด็กๆที่บ้านทำนา เวลาเราขายข้าว คนซื้อตั้งราคาให้ พอเราไปซื้อปุ๋ย คนขายก็ตั้งราคาให้ เลยรู้สึกว่าเกษตรกรเป็นกลุ่มคนที่แย่สุด จนสุด และไม่มีอำนาจต่อรองอะไร เลยคิดว่าวันหนึ่งผมจะกลับมาพัฒนาการเกษตร ทำให้เกษตรกรไทยมีฐานะดีขึ้นให้ได้” ‘สุวิทย์ ไตรโชค’ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่นปี 2556 หรือเกษตรกรเงินล้าน ผู้มีรายได้เฉลี่ยปีละ 3 ล้านบาท จากความสำเร็จในการปลูกเมล่อนคุณภาพสูงมากว่า 20 ปี บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ในจ.พระนครศรีอยุธยา เล่าถึงความคิดแรกเริ่มของการมุ่งสู่ภาคเกษตรตั้งแต่วัยเยาว์
‘สุวิทย์’ ในวัยหนุ่มก็ไม่ได้เลือกเรียนด้านเกษตร อย่างที่อยากจะประกอบอาชีพ ด้วยความเป็นคนเรียนดีเขาจึงเลือกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และจบออกมาทำงานเป็นวิศวกรเต็มตัว เหตุผลที่เขาเลือกเรียนและทำงานที่ดูเหมือนห่างไกลอาชีพที่ใฝ่ฝันเป็นเพราะเขาต้องการทำงานที่ได้เงินดีเพื่อเก็บไว้ลุงทุนในภาคเกษตรต่อไป
ปี 2529 ‘สุวิทย์’ ซึ่งในเวลานั้นเป็นวิศวกรในบริษัทการบินไทย เริ่มใช้เวลาว่างจากงานช่วงเสาร์-อาทิตย์ปลูกเมล่อนเพราะเห็นว่าขายได้ราคาดี กระนั้น 5 ปีแรกของการลงทุนทำไร่ ‘สุวิทย์’ ก็ต้องล้มเหลว และขาดทุนต่อเนื่อง ...แต่เขาไม่เคยยอมแพ้
เวลาว่างจากงานประจำ คือเวลาที่‘สุวิทย์’ ใช้ศึกษาหาความรู้ เขาบินไปไกลถึงประเทศอิสราเอลเพื่อศึกษาระบบน้ำหยดที่ใช้ในแปลงพืช อ่านตำราด้านเกษตรและเข้าไปขอความรู้ทุกอย่างด้วยตนเองกับอาจารย์ด้านเกษตร ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ‘สุวิทย์’นำความรู้ด้านวิศวกรรมที่ร่ำเรียนมาประยุกต์เข้ากับวิชาเกษตรจนสามารถพัฒนาระบบน้ำหยดที่ได้มาตรฐานและนำมาใช้เป็นเจ้าแรกในไทย ตลอดจนสามารถคิดสูตรการให้ปุ๋ยที่เหมาะสมกับเมล่อนได้ด้วยตนเอง
เพียงปีเดียวหลังจากนั้น เกษตรกรมากความรู้รายนี้สามารถทำกำไรจากการปลูกเมล่อนได้เป็นกอบเป็นกำชนิดที่เรียกว่า คืนทุนที่เคยขาดทุนตลอด 5 ปีแรกได้ทั้งหมด!
หลังจากปี 2535 ‘สุวิทย์’ กลายเป็นต้นแบบและเป็นครูให้เกษตรกรที่สนใจปลูกเมล่อนอีกหลายราย เขาถ่ายทอดความรู้ให้หลายคนที่สนใจจนประสบความสำเร็จไปตามๆกัน ‘สุวิทย์’ ตั้งกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกเมล่อนคุณภาพขึ้น เพื่อรวมตัวกันวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และสร้างอำนาจต่อรองกับผู้ซื้อ ภายใต้แบรนด์สินค้า ‘ไทยเฟรช’ และ ‘นาวิต้า’ ที่วางจำหน่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ และยังมีผู้ส่งออกมารับซื้อเมล่อนไปขายในหลายประเทศ โดยขายได้ราคาแพงที่สุดถึงลูกละ 1,000 บาท....ไม่แปลกที่ปัจจุบัน ‘สุวิทย์’และเพื่อนสมาชิกกว่า 20 รายจะมีรายได้รวมกันเหยียบปีละ 100 ล้าน
‘สุวิทย์’ เผยว่า เคล็ดลับเงินล้านไม่ได้อยู่ที่การเน้นผลิตเมล่อนในปริมาณมากเพื่อขายเอาเงิน แต่ต้องเน้นการปลูกให้ได้คุณภาพที่ควบคุมได้จากการใช้เทคโนโลยีระบบน้ำและระบบปุ๋ยที่เขาพัฒนาขึ้น ทำให้พืชได้น้ำและธาตุอาหารในปริมาณที่เหมาะสม และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้นเมล่อนของเขาแต่ละต้นต้องควบคุมให้มีผลเพียงผลเดียว เพื่อให้ได้รสที่หวานอร่อยที่สุด
“ปัญหาของภาคเกษตรไทยคือ ผลิตแล้วตกสเปค ทั้งๆที่ผลผลิตทุกชนิดที่คุณภาพดีมีไม่พอขาย ตลาดต้องการของคุณภาพแต่ผลิตไม่พอ ส่วนผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานก็เกินความต้องการของตลาด ทำให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ราคาต่ำมาก สุดท้ายคือขาดทุน และถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น ไม่มีประกันราคาหรือจำนำผลผลิตก็แย่
จริงๆเกษตรกรไทยไม่ใช่ไม่เก่ง เมื่อเทียบกับเกษตรกรอาเซียน เกษตรกรไทยเก่งที่สุด แต่ยังขาดความรู้เรื่องระบบน้ำ และการใช้ปุ๋ยในปริมาณที่เหมาะสม เคล็ดลับที่จะทำให้เกษตรกรไทยมีเงินเป็นล้านและไม่เป็นหนี้ได้ จึงอยู่ที่ความรู้ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐต้องพัฒนา”
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นปราชญ์เกษตรเงินล้าน และมีทรัพย์สินคือที่ดินอันเป็นผลกำไรจากการปลูกเมล่อนกว่า 400 ไร่ แต่ ‘สุวิทย์ ไตรโชค’ ก็ยังใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เขาใช้เงินวันหนึ่งไม่มากไปกว่าวันละ 200 บาท และยังคงวิถีชาวไร่ลงแปลงทุกวันเพื่อดูแลผลเมล่อนแต่ละต้นของตนอย่างทะนุถนอม
เคล็ดลับความสำเร็จอีกอย่างที่ปราชญ์เงินล้านผู้นี้อาจไม่ได้บอก คือ ความรักในวิถีเกษตรที่เรียบง่าย แม้จะร่ำรวยเพียงใดก็ยังมีใจเป็น ‘เกษตรกร’
ขอบคุณบทความจาก : https://www.isranews.org/
ขอบคุณภาพประกอบจาก : http://www.kasetkaoklai.com
ฝากติดตามเป็นกำลังใจ กดไลค์ กดแชร์ ให้แอดมินด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ :)
______________________
ติดตามอัพเดทข้อมูลข่าวสารทางการเกษตร
และเคล็ดลับดูแลสุขภาพดีๆที่
ช่องทางต่อไปนี้ค่ะ
ฝากกดไลค์ กดติดตาม
Facebook [คลิกที่] >> https://www.facebook.com/raikruyakthailand/
Line@ID [คลิกที่] >> @kruyakorganicfarm (มี @ ด้วยนะคะ)
Kruyak Organic Farm : โทร. 099-2419654 หรือ 088-2444490












































Comments